2016-12-22_18-48-49

เปิดตำนาน 100 ปีก่อนในญี่ปุ่น “สั่งทิ้งคนชราในป่าลึก” ด้านมืดที่หลายคนอาจไม่เคยรู้

ปัญหาการทอดทิ้งคนชรานั้นมีตั้งหลายร้อยปีแล้ว ย้อนกลับไปในสมัย “เอโดะ” มีหลักฐานทางกวีและตำนานต่างๆ นานา เกี่ยวกับการทอดทิ้งคนชราของครอบครัวชาวญี่ปุ่น
 การกระทำครั้งนี้สะท้อนว่า ด้านมืดของสังคมนั้นไม่ได้เพิ่งมีในยุคเทคโนโลยี การศึกษา และการแข่งขันในสังคมสูงเหมือนทุกวันนี้ แต่ปัญหาทุกอย่างมันต้องมีเหตุผลของมัน เหตุผลของ “การทอดทิ้งคนชรา” ของญี่ปุ่นเพราะอะไร ลองอ่านดู

ในสมัย “เอโดะ” ประเทศญี่ปุ่นมีการปกครองด้วยระบบขุนนาง ทำให้เหล่าเจ้าเมืองและซามูไรมีอำนาจกดขี่ข่มเหงประชาชน จนเกิดความยากลำบากและต้องเชื่อฟังเหล่าขุนนางอย่างไม่มีเงื่อนไข

 เมื่อความแห้งแล้ง ความอดอยากมาผจญ เหล่าขุนนางได้ออกคำสั่งให้ครอบครัวใดที่มีผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป ให้นำเหล่าผู้สูงอายุนั้นไปปล่อยในป่าลึก หรือสถานที่รกร้างที่ห่างไกลจากเมือง (เหตุผลก็ง่ายๆ คนน้อยลง กินน้อยลง อาหารจะได้เหลือมากขึ้นยังไงล่ะ)
 เหล่าผู้สูงอายุที่ความจำเริ่มเลอะเลือนและโรยรา ถูกทิ้งให้อดน้ำ อดอาหารกลางป่าลึกอย่างน่าเวทนา เพียงเพราะพวกเขาชราวัย ไม่สามารถร้องขอความเป็นธรรมได้
 การนำคนชราไปทิ้งไว้กลางป่า เรียกว่า “Ubasute” ที่แปลว่า “ทิ้งคนแก่” มีบทกวีและตำนานที่เป็นหลักฐานกล่าวถึงกฎการทิ้งคนชราในป่าเอาไว้ว่า
 ชายคนหนึ่งได้แบกมารดาชราขึ้นไปทิ้งบนเขา ระหว่างทางมารดาได้หักกิ่งไม้ไว้ตามรายทาง แล้วบอกกับบุตรชายว่า “แม่ได้หักกิ่งไม้ไว้ตามทางแล้ว ลูกจะได้กลับบ้านถูก” แสดงให้เห็นว่า ผู้ที่เป็นแม่มีความรักลูกอย่างหาที่สุดไม่ได้ จึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อไม่ให้ลูกลำบาก และลูกจะต้องมีชีวิตที่ดีต่อไปให้ได้ แม้รู้ว่าตนจะต้องถูกทิ้งให้ตายกลางป่าลึกอย่างน่าเวทนาก็ตาม
มีบางครอบครัวก็เกิดความละอายที่ต้องทิ้งบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว เพียงเพราะกฎจากผู้ปกครอง หลังจากที่ทิ้งคนชราบางครอบครัวก็ทนไม่ไหวถึงกับต้องหนีไปอยู่ที่ป่าอันไกลโพ้นแล้วฆ่าตัวตายตาม เพราะทนต่อการกระทำอันน่าละอายของตัวเองไม่ได้ จนกลายเป็นที่มาของ “ป่าฆ่าตัวตาย” นั่นเอง

advertisements

ตำนานเกี่ยวกับข้อบังคับ “การทอดทิ้งคนชรา” นี้มีการนำไปทำเป็นหนังให้ชมกันด้วย ใครสนใจก็ไปหามาดูกันเอาเองนะ


Source : spokedark